เล่าประสบการณ์จริง การลดความอ้วนที่ได้ผล

เราเป็นคนหนึ่งเลยที่พยายามลดน้ำหนัก มาทั้งชีวิต แต่ทำแล้วลดน้ำหนักได้ ลดแล้วน้ำหนักก็ขึ้นบ้าง คือ มันไม่เคยคงที่และอยู่กับเรายาวเลย เราคิดว่าเราทำถูกวีธีแล้วแต่ก็ไม่ถูก เพราะจนถึงรอบล่าสุดเราถึงรู้ว่าเราลดน้ำหนักแบบไหนแล้วเห็นผลและไม่เด้งกลับมาอีก วันนี้เรามาบอกเทคนิคการลดที่ทำแล้วดีและเห็นผลมาบอกละ

เราเริ่มด้วยการหันมาทำ Intermittent Fasting หรือ IF 16/8 คือการกินอาหารในช่วงระยะเวลา 8 ชั่วโมงและอดอาหารเป็นเวลา 16 ชั่วโมง ต่อเนื่องเราทำแบบนี้ทุกๆวัน โดยเริ่มทำตอน 10 โมงเช้า  และหยุดกินก่อน 6 โมงเย็น ทำต่อเนื่องมาเป็นเดือนๆ และเราก็ลดไขมันได้ และลดน้ำหนักได้ด้วย โดยเรามีเทคนิคการลดน้ำหนักระหว่างการทำ Intermittent Fasting หรือ IF 16/8 ด้วยนะ  เราไปดูกันเลยว่ามีเทคนิคอะไรบ้าง

ดื่มน้ำอุ่น ผสมน้ำมะนาว หลังตื่นนอนทุกเช้า เพราะมันช่วยล้างลำไส้และช่วยดีท๊อกซ์ และช่วยทำให้ระบบขับถ่ายของเราดีขึ้นมากเลย แถมดื่มแล้วรู้สุกสดชื่นร่างกายตื่นเลยละ

กินมื้อเช้าในทุกๆวัน เราเลือกกินอาหารในทุกๆเช้า โดยกินอาหารที่มีประโยชน์เป็นหลัก และมันทำให้ระหว่างวันเราไม่ค่อยหิวอีกด้วย โดยเน้นกินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน โปรตีนดี และไขมันดี 

คารโบไฮเดรตเชิงซ้อนที่เราเลือกกิน คือ ขนมปังโฮลวีต ข้าวกล้อง มันม่วง

โปรตีนดี อย่าง อกไก่ ไข่ต้ม และ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน 

ไขมันดี อย่าง อะโวคาโด ถั่วเปลือกแข็ง น้ำมันมะกอก

กินผักและผลไม้ให้มากขึ้น การที่บางครั้งเราหิวหรืออยากกินนู้นนี่ นั้นเป็นเพราะว่าร่างกายเราขาดวิตามินและเกลือแร่ และร่างกายนั้นต้องการให้เรากิน ซึ่งเราไม่รู้หรอก เราก็นึกว่าเราหิวข้าว ดังนั้นการกินผักและผลไม้ให้มากขึ้นจะช่วยลดการกินจุกจิกหรือหิวโดยไม่รู้สาเหตุได้นะ 

ลดของหวาน การที่เรากินของหวานนั้นทำให้เราได้แคลอรี่โดยไม่จำเป้นเลย ดังนั้นเราควรจะเลิกกินของหวาน ไม่ว่าจะเป็น กาแฟ ชานม ที่หวานมัน ชานมไขมุก บิงซู อาหารหวานเหล่านี้เลิกเถอะ เราลดแล้วผอมลงเร็วเลย

ลดของทอด หรือเลิกไปเลย เราเลิกกินของทอดๆ เลย เพราะว่ามันทำให้เราได้แคลอรี่เยอะและต้องใช้เวลาในการเผาผลาญไขมันเป็นจำนวนมากเลยละ

พักผ่อนและดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อนๆ เชื่อหรือไม่ว่าการที่เราได้พักผ่อนหรือดื่มน้ำได้เพียงพอจะช่วยทำให้ลดน้ำหนักลงเร็วขึ้นจริงๆนะ

 

สนับสนุนโดย    วิธีเล่นหวยหุ้น มือใหม่

สุนัขเป็นไข้ทำอย่างไรดี

เมื่อสุนัขมีไขและตัวร้อนนั้นสิ่งที่เจ้าของมักจะถามกับแพทย์เสมอว่า หากสุนัขของเรมีอาการเช่นนี้สามารถที่จะให้ยาพารากินแบบคนได้ไหมสามารถให้ได้แต่ทางการแพทย์แล้วนั้นไม่แนะนำเนื่องจากภายในร่างกายของสุนัขนั้นไม่เหมือนกับคน ดังนั้นสุขัขจึงจำเป็นจะต้องได้รับยาและยาแก้อักเสบที่เป็นยาเฉพาะของสุนัขเท่านั้นและถ้าหากมีการให้ยาพาราในสุนัขที่กำลังร่างกายอ่อนแอจากอาการป่วยมากๆอยู่นั้นก็อาจจะทำให้ยาเกิดการเป็นพิษในร่างกายของสุขนักและอาจจะเกิดการเสียชีวิตได้

ถ้าหากสุขนักมีอาการตัวร้อน ก่อนอื่นจะต้องทำความเข้าใจก่อนว่าอุณภูมิร่างกายในสุนัขนั้นจะมีอุณหภูมิที่สูงกว่าอุณหภูมิปกติของร่างกายมนุษย์หากมีการจับที่ตะวสุนัขแล้วรู้สึกว่าสุนัขนั้นตัวร้อนก็อาจจะไม่ได้หมายความว่าสุนัขของเรานั้นจะมีไข้เสมอไปซึ่งอุณหภูมิขิงร่างกายสุขนัขนั้นเฉลี่ยจะอยู่ที่ 37-39 องศา ซึ่งเป้นตัวเลขที่สูงกว่ามนุษย์อย่างเห็นได้ชัด

การวัดไขสุนัขสามารถทำได้โดยการใช้ปรอทวัดไข้หรือเทอร์โมมิเตอร์ที่สามารถหาซื้อได้จากร้านขายยาทั่วไปนั่นเองและสามารถที่จะวัดไข้โดยการสอดเข้าไปในรูทวานของสุนัขก็จะสามารถรู้ได้ว่าสุนัขนั้นมีอุณหภูมิร่างกายที่สูงจนเป็นไข้หรือไม่

อาการที่จะพบเมื่อสุนัขมีอุณหภูมิร่างกายสูงหรือกำลังป่วยเป็นไข้ ก็คือ อาการหายใจเร็วกว่าปกติ หอบ ลิ้นเปลี่ยนสีเป็นสีแดงสด มีอาการอ่อนแรงจนถึงขั้นหมดสติลงได้เลย และสาเหตุที่ทำให้สุนัขนั้นมีอาการป่วยหรือมีอุณหภูมิร่างกานที่สูงขึ้น เกิดจากปัจัยภายนอกเข้ามากระตุ้นไม่ว่าจะเป็นภาวะตื่นเต้นและมักจะเป็นหลังจากที่สุนัขออกกำลังกายแต่ไม่ได้เป็นภาวะที่ถือว่าอันตราย

เกิดจากภาวะติดเชื้อไม่ว่าจะเป็นโรคพยาธิเม็ดเลือด ลมแดดก็เป็นโรคที่เกิดขึ้นกับสุนัขและมักพบได้ในประเทศไทยเกิดจาการที่มีการปล่อยสุนัขอยู่ในที่อากาศร้อนหรือในสถานที่ที่ไม่มีอากาศถ่ายเทเป็นเวลานานก็สามารถทำให้เกิดอาการป่วยได้ 

การดูแลและรักษาในเบื้องต้นนั้นเราจะสามารถทำได้โดยการถ่ายเทความร้านในร่างกายของสุนัขออกมาโดยการนำสุนัขเข้าสู่ที่ร่มและสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเท จากนั้นนำผ้าชุบบ้ำอุณหภูมิปกติ เช็ดบริเวณใต้ท้องของสุนัขและขาหนีบ โดยการเน้นในบริเวณที่มีข้นน้อยและบริดเวณอุ้งเท้าของสุนัขด้วยและในส่วนบริเวณที่มีขนเยอะนั้นเราจะใช้วิธีการเช็ดด้วยการเอาผ้าชุบ้ำเช่นเดิมเช็ดบริเวณดังกล่าวด้วย

การเช็ดแบบย้อนขนขึ้นไปและทำร่วมกับการเป่าพัดลมและทำซ้ำไปมาในลักษณะนี้จนกว้าอุณหภูมิร่างกายของสุนัขจะลดลงนั่นเอง แต่ถ้าหากมีการเช็ดแล้วไม่ดีขึ้นการนำสุนัขไปพบสัตวแพทย์ถือว่าเป้นสิ่งที่ดีที่สุดเพราะในบางครั้งสุนัขอาจจะไม่ได้มีการแสดงอาการออกมาแต่ความเป็นจริงแล้วสุนัขอาจจะกำลังป่วยอย่างหนักก็ได้ การพบสัตวแพทย์จึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเพราะสุนัขของเราจะได้ปลอดภัยและสามารถทราบได้ด้วยว่าความจริงแล้วนั้นสุนัขของเราป่วยด้วยเหตุใด

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  วิธีเล่นหวยหุ้น มือใหม่