อยู่บ้านอย่างไรให้สุขภาพดี

 

อยู่บ้านอย่างไรให้สุขภาพดี ชื่อว่าคนส่วนใหญ่ในสมัยปัจจุบันนี้ จำเป็นที่จะต้องกักตัวอยู่บ้าน เนื่องจากสถานการณ์โรคร้ายกำลังแพร่ระบาดอย่างหนัก ทำให้ไม่สามารถออกไปไหน หรือออกไปทำงานนอกบ้านได้ อีกทั้งยังต้องมานั่งดูแลตนเองเพื่อไม่ให้ได้รับความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ซึ่งเรื่องของการดูแลสุขภาพร่างกายนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากที่เราไม่ควรมองข้าม เพราะไม่ว่าจะมีการแพร่ระบาดของเชื้อโรค หรือไม่มีก็ตาม

 

การดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองให้ดีก็ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากที่เราไม่ควรมองข้าม เพราะไม่ว่าใครในสมัยปัจจุบันนี้ก็คงที่อยากจะมีสุขภาพร่างกายที่ดีและแข็งแรงกันทั้งนั้น และเราจะเห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่เริ่มหันมาออกกำลังกายกันมากขึ้น ควบคู่ไปกับการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์อยู่เป็นประจำ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ไม่ว่าใครก็อยากมีรูปร่างที่ดี อยากมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงกันทั้งนั้น เพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตในประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฉะนั้น วันนี้เราก็จะมาแนะนำเคล็ดลับในการดูแลตนเองง่าย ๆ สำหรับใครที่อยู่บ้าน และกำลังมองหาวิธีการดูแลตนเอง ไปดูกันเลย 

 

  • การสร้างกำลังใจที่ดีให้ตนเอง

เนื่องจากการที่เรานั้นมีขวัญหรือมีกำลังใจที่ดีจากคนรอบข้าง หรือคนในครอบครัว ก็จะยิ่งทำให้เรานั้นมีสุขภาพจิตที่ดี ไม่เครียด และหากเรามีสุขภาพจิตที่ดี ก็จะยิ่งทำให้สุขภาพร่างกายของเรานั้นดีตามไปด้วย อีกทั้งยังช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายของเราแข็งแรง ไม่ลดลง และไม่ทำให้ร่างกายของเรานั้นเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายต่าง ๆ ได้ง่ายอีกด้วย ฉะนั้น การแสวงหาความสุขให้ตนเองอยู่เสมอ หรือการสร้างขวัญกำลังใจที่ดีให้ตนเองอยู่เสมอก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่เรามไควรมองข้าม

 

  • การเลือกรับประทานอาหารที่ดี

แน่นอนว่าการที่ร่างกายของเราได้รับสารอาหารที่ดีและมีประโยชน์ จะยิ่งมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่ร่างกายได้ ช่วยกระตุ้นการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกาย ยิ่งถ้าเราเลือกรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์อยู่เสมอในช่วยที่กักตัวอยู่บ้าน เราก็ไม่ต้องมานั่งกังวลว่าร่างกายของเราได้รับึความเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายหากเรารับประทานอาหารที่มีประโยชน์อยู่เสมอ

 

  • การทำความสะอาดที่พักเป็นประจำ

เนื่องจากฝุ่น หรือมลภาวะต่าง ๆ อาจเป็นตัวก่อให้เกิดโรคร้ายขึ้นได้ง่าย ซึ่งหาใครที่จำเป็นจะต้องกักตัวอยู่บ้าน ก็ควรที่จะดูแลและทำความสะอาดที่พักของตนเองให้สะอาดและดูดีอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้มีเชื้อโรคติดอยู่ภายในบ้าน และเพื่อสุขอนามัยที่ดีต่อตัวของเราเอง

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย. เครื่องช่วยฟังขนาดเล็ก

ทำไมอาหารขยะถึงเป็นอาหารที่มีความอันตรายต่อสุขภาพของเรา

อาหารขยะเป็นอาหารที่ไม่มีประโยชน์มาก หรือเป็นอาหารที่ไม่ได้มีคุณค่าทางโภชนาการที่น้อย และยังมีแคลอรี่ที่สูงด้วย

ทำไมอาหารขยะถึงเป็นอาหาร โดยที่อาหารขยะนั้นจะมีส่วนประกอบของ คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโซเดียมอยู่ในอาหารมาก เช่นอาหารจำพวก ของหวาน ของทอด ขนมขบเคี้ยว ขนมปัง และน้ำอัดลมเป็นต้น ซึ่งในการที่เราได้มีการกินอาหารที่เป็นอาหารขยะเข้าไปมากนั้นก็อาจจะทำให้เรามีการเกิดขึ้นของโรคต่างๆ หรือจะทำให้เราได้มีสุขภาพที่แย่ลงได้ และจะมีโรคต่างๆที่มีการเกิดขึ้นโ

ดยที่เรามีการกินอาหารขยะเข้าไปมากจะมีโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดัน และโรคหัวใจเป็นต้น ซึ่งจะมีส่วนที่จะเกิดขึ้นจากการที่ร่างกายของเราได้มีการสะสมของ โซเดียม คาร์โบไฮเดรตที่เป็นชนิดที่ไม่ดี และไขมัน จำนวนที่เยอะมากๆอยู่ในร่างกายของเรา ซึ่งจะเป็นการสะสมที่เป็นการส่งผลเสียต่อร่างกายของเราในระยะที่ยาว โดยที่สารอาหารในอาหารขยะจะมีสารอาหารดังนี้

1.คาร์โบไฮเดรต

คาร์โบไฮเดรตนี้จะสามารถแบ่งได้อีก2ประเภท ซึ่งจะมี คาร์โบไฮเดรตที่เป็นเชิงเดียว และคาร์โบไฮเดรตที่เป็นเชิงซ้อน และคาร์โบไฮเดรตทั้ง2ชนิดนี้นั้น จะเป็นคาร์โบไฮเดรตที่เราจะสามารถพบได้จากการกินของที่แตกต่างกันไป โดยที่คาร์โบไฮเดรตทั้ง2ชนิดนี้จะมีความแตกต่างกันดังนี้

1.1 คาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว

จะเป็นคาร์โบไฮเดรตที่ร้างกายของเราสามารถที่จะทำการย่อยได้ง่าย ซึ่งร่างกายของเราจะมีการดูดซึมเข้าสู่เลือดของเราได้อย่างมีความรวดเร็วมากๆ โดยที่ร่างกายของเราจะมีการดูดซึมเข้าไปในรูปแบบของน้ำตาลกลูโคส และเมื่อเราได้มีการกินที่มากจนเกินไปจะทำให้ร่างกายของเราไม่สามารถที่จะมีการเผาผลาญพลังงานของน้ำตาลได้หมด

1.2 คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน

เป็นคาร์โบไฮเดรตที่เราจะสามารถทำการพบได้จากการที่เรามีการกิน ถั่ว ข้าว ผัก และธัญพืชต่างๆเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตที่เป็นชนิดที่ดีมากๆและเป็นสิ่งที่มีคุณค่าของอาหารของเราที่มีความสูงมากๆอีกด้วย

2.ไขมัน

ไขมันที่เราจะมีการพบได้จากการที่กินอาหารขยะนั้น จะเป็นไขมันที่ส่งผลเสียต่อร่างกายของเรามากๆ เพราะว่าไขมันที่เราจะมีการพบจะเป็นไทมันทรานส์สังเคราะห์ ที่เป็นไขมันที่จะทำให้ค่าคอเลสเตอรอลชนิดดีที่อยู่ในร่างกายของเรามีการลดลงไป และยังมีการทำให้ค่าของคอเลสเตอรอลที่เป็นค่าที่ไม่ดีที่อยู่ในร่างกายของเรามีการเพิ่มอย่างเป็นจำนวนมากอีกด้วย

3.โซเดียม

เป็นส่วนประกอบของเกลือที่ได้มีการกินกันอยู่อย่างประจำ ซึ่งจะทำให้เราสามารถได้รับประโยชน์อย่างมากมาย เช่นการที่ทำให้ร่างกายของเรามีค่าความดันโลหิตที่อยู่ในระดับที่ปกติ ทำให้ร่างกายของเราไม่เกิดการสูญเสียน้ำ แต่ในการที่เราได้มีการกินมากไปจะทำให้เรามีการเกิดอาการบวมน้ำ หงุดหงิดง่าย อึดอัดเป็นต้น

 

สนับสนุนโดย      เครื่องช่วยฟังขนาดเล็ก

อาการทางหัวใจที่คุณไม่ควรละเลย

สัญญาณของโรคหัวใจอาจดูบอบบาง ปัญหาเล็กๆ เช่น เลือดออกตามไรฟันอาจดูไม่มีความหมายมากนัก แต่ถ้ากลายเป็นเรื้อรัง อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนว่าหัวใจของคุณไม่ทำงานอย่างที่ควรจะเป็น สำหรับชีวิตส่วนใหญ่ของเรา สุขภาพของหัวใจมักไม่ได้อยู่ในใจเป็นอันดับแรก พวกเราส่วนใหญ่ใช้เวลาช่วงอายุน้อยกว่านี้ในการกินในสิ่งที่เราต้องการ นอนน้อย และไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการบรรลุเป้าหมายทีละก้าว แต่เมื่อเราอายุมากขึ้น การกระทำและการเลือกของเราจำเป็นต้องเติบโตไปพร้อมกับเรา หากเราต้องการมีสุขภาพที่ดี

Gregory Yost, DO, อายุรแพทย์โรคหัวใจแห่ง Geisinger กล่าวว่า “การป้องกันโรคหัวใจเป็นขั้นตอนสำคัญในการมีชีวิตที่ยืนยาวและมีสุขภาพที่ดี

ซึ่งทำให้การรู้และเข้าใจสัญญาณของปัญหาหัวใจเป็นเรื่องสำคัญ สัญญาณของปัญหาหัวใจนอกจากอาการไม่สบายหน้าอกแล้ว สัญญาณอื่นๆ ของปัญหาหัวใจที่คุณควรระวังคืออะไร? คนที่รู้จักกันน้อย ได้แก่ อ่อนเพลีย เท้าและเหงือกบวม วิงเวียนศีรษะ ไมเกรน และเหงื่อออกมากผิดปกติ หากคุณสังเกตเห็นสิ่งเหล่านี้ ให้ปรึกษากับผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพของคุณโดยเร็วที่สุด

อ่อนเพลียและอ่อนแรง แม้ว่าความเหนื่อยล้าเพียงอย่างเดียวจะไม่ใช่สัญญาณของปัญหาหัวใจ แต่ความอ่อนเพลียเรื้อรังและความอ่อนแอสามารถเป็นได้ ระดับพลังงานของคุณเกี่ยวข้องโดยตรงกับการไหลเวียนของเลือดและระดับออกซิเจน หัวใจที่แข็งแรงจะสูบฉีดเลือดที่นำพาออกซิเจนไปทั่วร่างกายของคุณอย่างต่อเนื่อง แต่ถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจของคุณ มันอาจจะทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้คุณอาจเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้าหลังจากทำกิจกรรมประจำหรือแม้แต่รู้สึกสับสน เนื่องจากออกซิเจนไปไม่ถึงกล้ามเนื้อและสมองตามปกติ ความอ่อนแอและความเหนื่อยล้าจึงเห็นได้ชัด หากคุณรู้สึกอ่อนเพลียและอ่อนแออยู่บ่อยๆ ให้ปรึกษากับผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพเพื่อหาสาเหตุ

เท้าบวม เท้าบวมเป็นสัญญาณที่ละเอียดกว่าของความกังวลเกี่ยวกับหัวใจที่อาจเกิดขึ้น ในความเป็นจริง ถุงเท้าและรองเท้าของคุณอาจทำให้สังเกตได้ยากว่าเท้าของคุณบวมในตอนแรก แต่ทำไมเท้าของคุณถึงบวมถ้าคุณมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ? เพราะหัวใจของคุณควบคุมการไหลเวียนของเลือด การไหลเวียของเลือดที่ช้าอาจทำให้ความดันสะสมที่ขา ทำให้เกิดอาการบวมน้ำ

อาการบวมน้ำคือการสะสมของของเหลวในเนื้อเยื่อของร่างกาย โดยปกติแล้ว อาการบวมน้ำที่เกี่ยวข้องกับปัญหาหัวใจสามารถเห็นได้ที่ขาและเท้า สัญญาณของภาวะหัวใจล้มเหลวหรือการทำงานที่ลดลงเป็นเรื่องร้ายแรง ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์หากคุณสังเกตเห็นอาการบวมที่เท้า

เวียนศีรษะ หน้ามืด หายใจไม่อิ่ม การไหลเวียนของเลือดช้าลงและระดับออกซิเจนในสมองและปอดต่ำอาจทำให้รู้สึกวิงเวียน หน้ามืด และหายใจไม่สะดวก และสิ่งสำคัญอย่างยิ่งคือต้องสังเกตหากคุณมีอาการเหล่านี้โดยไม่ได้ทำกิจกรรมหนักๆหากกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ เช่น การขึ้นบันไดหรือการใช้ชีวิตประจำวันของคุณทำให้คุณเวียนหัวหรือหายใจไม่ออกอยู่เสมอ อย่าเพิกเฉย” ดร.ยศ กล่าว “อาการวิงเวียนศีรษะและหายใจไม่ออกเป็นตัวอย่างที่ร่างกายของคุณบอกคุณว่าคุณต้องการออกซิเจนมากขึ้น”

ไมเกรน ไมเกรนเป็นอาการปวดหัวที่รุนแรงซึ่งส่งผลเสียต่อตัวเอง งานวิจัยบางชิ้นแนะนำว่าไมเกรนที่มีออร่าอาจเชื่อมโยงกับปัญหาหัวใจ แต่จำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างปัญหาสุขภาพทั้งสองนี้ หากคุณมีอาการไมเกรนแบบมีออร่า ให้สังเกตการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ในอาการปวดหัวของคุณ อาการแขนอ่อนแรงที่เกิดขึ้นใหม่ในช่วงที่เป็นไมเกรนอาจเป็นสัญญาณของปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ

 

สนับสนุนโดย.    เครื่องช่วยฟังขนาดเล็ก