ส้มตำกินเพื่อลดน้ำหนักได้ผลจริงไหม 

          สำหรับสาวๆที่นิยมการลดน้ำหนัก ด้วยการควบคุมอาหารแล้วล่ะก็ อาหารที่คิดว่าน่าจะช่วยในการลดน้ำหนักได้ดี และนิยมกินกันมากนั่นก็คือ ส้มตำ นั่นเอง เพราะส่วนผสมในการทำส้มตำนั้น มีแต่ผักและสมุนไพรทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการใส่มะละกอ  การใส่ มะเขือเทศ และพริก การกินส้มตำไม่มีส่วนไหนที่เราจะได้รับไขมันเข้าสู่ร่างกายเลย ดังนั้น คนส่วนมากจึงนับว่าส้มตำนั้นเหมาะกับการเป็นอาหารลดน้ำหนักโดยเฉพาะเลยทีเดียว 

       หากมีการนำส้มตำมาวิเคราะห์หาแคลอรี่ จะเห็นได้ว่าส้มตำในจำนวน 1 จานนั้น มีปริมาณพลังงานแคลอรี่เพียงแค่ 120 เท่านั้นเอง ซึ่งถือได้ว่าน้อยอย่างมากเลยทีเดียว และแน่นอนว่าหากรู้ว่ากินแล้วอร่อยมาก แถมแคลอรี่น้อย กินแล้วไม่อ้วนแบบนี้ หลายคนมักจะเลือกกินส้มตำเพื่อเป็นอาหารในช่วงที่ต้องการลดน้ำหนัก แต่คุณ รู้หรือไม่ว่าการกินส้มตำทุกวันนั้น ไม่ได้ช่วยให้คุณน้ำหนักลดลงแต่อย่างใด อาจจะทำให้น้ำหนักตัวของคุณมากขึ้น และตัวบวมด้วยก็เป็นไปได้ 

     ส่วนสาเหตุหรือเหตุผลที่เราไม่ควรกินส้มตำมากจนเกินไป ทั้งที่มีพลักงานเพียงแค่ 120 กิโลแคลอรี่เท่านั้น นั่นก็เพราะว่าส่วนผสมของส้มต้ำนั้น มีทั้งน้ำตาลปีป น้ำเชื่อม ปลาร้า และน้ำปลา รวมถึงบางร้านยังใส่ผงชูรสอีกด้วย ซึ่งสิ่งที่ปรุงเพิ่มเข้ามาเหล่านี้ คือส่วนประกอบที่โซเดียมในปริมาณที่มาก ยังไม่นับรวมว่าหากกินส้มตำปู เวลากินปูดองก็จะกินโซเดียมเข้าไปอีกด้วย 

       ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า เครื่องปรุงในการปรุงรสชาติของส้มตำนี่เองที่จะทำให้เรากินเข้าไปในปริมาณมากแล้วจะทำให้เราไม่ผอมแถมยังอาจจะบวมเพราะกินโซเดียมเข้าไปในปริมาณที่มากก็เป็นไปได้  หากเราต้องการที่จะกินส้มตำเพื่อให้สามารถควบคุมน้ำหนักได้หรือเพื่อลดน้ำหนักแล้วล่ะก็ ควรจะมีการกินส้มตำในปริมาณที่พอเหมาะเพียงเท่านั้น โดยอาจจะกล่าวได้ว่าการกินส้มตำเราสามารถกินได้ แต่ว่าภายในหนึ่งอาทิตย์นั้น เราควรกินส้มตำเพียงแค่ สองถึงสาม วันเพียงเท่านั้น จะให้การลดน้ำหนักได้ประสิทธิภาพ แต่ในขณะที่เรากินส้มตำทุกวันกลับจะทำให้การลดน้ำหนักของเราไม่ได้ผลนั่นเอง 

       ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า การกินส้มตำ ช่วยในการลดน้ำหนักได้ แต่เราต้องกินในปริมาณที่พอเหมาะไม่ควรกินมากจนเกินไป และที่สำคัญส้มตำไม่ได้ให้สารอาหารที่ครบถ้วน ดังนั้นหากกินส้มตำเราควรกินอย่างอื่นร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นไก่ย่าง  น้ำตก หรือลาบ  หรือถึงอาจจะมีการกินข้าวเหนียวรวมเข้าไปด้วย 

 

สนับสนุนโดย    หวยออนไลน์

ไม่ดีแน่หากมีโปรตีนในร่างกายมากเกินไป

      เชื่อว่าหลายคนที่ต้องการลดน้ำหนักนั้นคงมีความเชื่อว่าหากเรามีการกินแป้งเข้าไปในปริมาณมากก็จะทำให้เรานั้นเกิดความอ้วนดังนั้นหลายคนจึงมักมีวิธีการลดความอ้วนด้วยการงดแป้งแล้วหันมาบริโภคเนื้อสัตว์แทนซึ่งบางทีบางคนใช้ลักษณะของการกินโปรตีนเสริมเข้าไปโดยต้องการที่จะให้โปรตีนนั้นไปแทนที่แป้งและน้ำตาล

        อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าโปรตีนนั้นจะมีประโยชน์กับร่างกายของคนเราเป็นอย่างมากแต่การที่เรากินโปรตีนมากเกินไปโดยที่เราไม่ได้รับสารอาหารอย่างอื่นเข้าสู่ร่างกายเลยก็ไม่สามารถทำให้ร่างกายของเรานั้นแข็งแรงหรือว่าทำให้ร่างกายของเรานั้นผอมได้เช่นเดียวกัน

       แหล่งโปรตีนที่คนส่วนใหญ่มักจะนิยมกินกันนั่นก็คือการนิยมกินโปรตีนจากเนื้อสัตว์ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมูหรือเนื้อไก่รวมถึงเนื้อวัวก็ตามอีกทั้งยังมีการกินโปรตีนจากนมซึ่งโดยปกติแล้วคนเรามักจะดื่มนมวันละ 1 แก้วก่อนนอนโดยโปรตีนจากนมนั้นอาจจะมีนมมาจากเนื้อสัตว์หรือแม้แต่โปรตีนจากนมที่มาจากธัญพืชก็มี

             รวมถึงบางคนต้องการเพิ่มโปรตีนให้ร่างกายตนเองมากขึ้นก็ได้มีการซื้อเวย์โปรตีนมากินซึ่งแน่นอนว่าถ้าร่างกายของเราอัดแต่โปรตีนเข้าไปเพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่สารอาหารอื่นเราไม่ได้รับเลยมันจะทำให้ร่างกายของเราทรุดโทรมได้เช่นเดียวกันไม่ใช่ว่าร่างกายของเราได้รับโปรตีนมากและแข็งแรงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น  เพราะการที่ร่างกายของเราจะแข็งแรงได้นั้นจะต้องประกอบไปด้วยวิตามินเกลือแร่ธาตุต่างๆให้ครบทุกหมู่จะขาดตัวใดตัวนึงไม่ได้หรือมีตัวใดตัวหนึ่งมากเกินไปไม่ได้นั่นเอง

         และหากใครก็ตามที่มีการกินโปรตีนเข้าไปสู่ร่างกายมากเกินไปแน่นอนว่าสิ่งที่ตามมานั่นก็คือปัญหาโรคภัยไข้เจ็บที่อาจจะเกิดขึ้นได้เพราะแน่นอนว่าเมื่อมีโปรตีนเยอะก็จะทำให้คุณนั้นอยู่ในสภาวะร่างกายที่มีความเสี่ยงที่จะมีโปรตีนในร่างกายมากจนเกินไปนั่นเองและเมื่อโปรตีนในร่างกายเยอะอวัยวะภายในร่างกายที่จะทำงานหนักมากที่สุดของคนนั้นก็คือตับและไตของคุณนั่นเองเพราะทั้งตับและไตจะต้องมีการทำหน้าที่ในการขับโปรตีนออกมาจากร่างกาย

             เนื่องจากว่าเมื่อกินเข้าไปแล้วเกินกว่าที่ร่างกายต้องการระบบการทำงานภายในร่างกายจะมีการขับโปรตีนออกมาเองโดยอัตโนมัติและแน่นอนว่าถ้าเกิดว่าตับและไตของคุณต้องทำงานหนักนั้นความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายของคุณก็คือเสียงเป็นปัญหาเรื่องของไตเสื่อมคุณภาพเร็วที่สำคัญอาจจะทำให้เลือดของคนอยู่ในสภาวะที่เป็นกรดได้

            เห็นไหมเขาว่าการที่เรากินอย่างใดอย่างหนึ่งมากเกินไปไม่ได้ช่วยให้เราสุขภาพแข็งแรงดังนั้นหากใครที่ยังมีความเชื่อที่ผิดๆเกี่ยวกับเรื่องของการรับประทานอาหารโดยต้องการที่จะเน้นการกินโปรตีนอย่างเดียวเพียงเท่านั้นขอให้เห็นวิถีความคิดใหม่เพราะถ้าหากคุณกินโปรตีนเพียงอย่างเดียวแน่นอนว่าคุณอาจจะเสียชีวิตจากปัญหาหัวใจวายตายได้แน่นอน

 

สนับสนุนโดย    หวยออนไลน์

โรคแพนิคกับโรคกลัวการเข้าสังคม

       สำหรับโรคแพนิคนั้นเป็นโรคที่มีผลเกี่ยวกับเรื่องของทางด้านจิตใจลักษณะอาการไข้แตกต่างจากโรควิตกกังวลเพราะโรคแพนิคนั้นจะมีอาการตื่นตระหนกอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะเจอเรื่องน่าหวาดเสียวเรื่องน่ากลัวหรือเจอเรื่องอะไรก็ตาม แต่ก็จะมีอาการตื่นตระหนกได้กับทุกเรื่อง  สำหรับคนที่ป่วยเป็นโรคแพนิคนี้ ป่วยเป็นโรคนี้สามารถควบคุมตนเองไม่ได้จะมีการรู้สึกหวาดกลัวแทบจะตลอดเวลาทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติได้นั่นเอง 

          แต่ในขณะเดียวกันนั้นสำหรับคนที่มีอาการเป็นโรคกลัวการเข้าสังคมจะมีความแตกต่างกับโรคแพนิคตรงที่ว่าพวกเขายังสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติแต่เมื่อต้องเปิดเหตุการณ์ที่พวกเขาจะต้องตัดสินใจทำอะไรสักอย่างพวกเขาจะเริ่มที่จะเกิดความกลัวขึ้นมาว่าการตัดสินใจของพวกเขานั้นจะไม่เป็นที่ต้องการและไม่เป็นที่ยอมรับของคนในสังคมพวกเขาจะกลัวการถูกล้อเลียนและเกรงว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นจะสร้างความอับอายให้กับตนเองทำให้คนเป็นโรคกลัวการเข้าสังคมนั้นจะมีภาวะการกลัวที่ค่อนข้างรุนแรงหากต้องอยู่กับคนเป็นจำนวนมาก 

       สำหรับใครก็ตามที่เป็นโรคแพนิคหรือแม้แต่รถประกันเข้าสังคมสิ่งที่ต้องทำมากที่สุดก็คือไปพบจิตแพทย์เพื่อให้ช่วยรักษาอาการที่เกิดขึ้นโดยจะมีการให้คำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องของการปฏิบัติตัวว่าต้องทำอย่างไรรวมถึงทางแพทย์จะมีการจ่ายยารักษาอาการซึ่งผู้ป่วยจะต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องที่สำคัญผู้ป่วยจะต้องมีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอทำการฝึกสมาธิเพื่อให้ตนเอง

และรู้สึกผ่อนคลายรวมถึงเข้าวัดปฏิบัติธรรมและแน่นอนว่าจะต้องมีการหลีกเลี่ยงเกี่ยวกับเรื่องของเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนรวมถึงแอลกอฮอล์ต่างๆและที่สำคัญจะต้องทำความเข้าใจกับคนในครอบครัวให้คนในครอบครัวทราบว่าตนเองนั้นกำลังเผชิญกับปัญหาการเป็นโรคแพนิคหรือแม้แต่โรคกลัวการเข้าสังคมเพื่อที่คนในครอบครัวจะได้เข้าอกเข้าใจกับโรคชนิดนี้จะช่วยกันรักษาอาการให้ผู้ป่วยนั้นมีอาการดีขึ้นได้

          อย่างไรก็ตามถ้าหากว่ามีการปล่อยทิ้งเอาไว้อาจจะทำให้คนที่ป่วยเป็นโรคแพนิคหรือแม้แต่โรคกลัวการเข้าสังคมมีอาการรุนแรงมากยิ่งขึ้นซึ่งอาจจะส่งผลทำให้ในอนาคตอาจจะกลายเป็นโรคซึมเศร้าเลยก็เป็นไปได้ดังนั้นทางที่ดีที่สุดจึงต้องมีการรักษาอาการนี้อย่างเร่งด่วนเพราะหากเป็นโรคซึมเศร้าขึ้นมาแล้วมีความเสี่ยงอย่างมากที่จะส่งผลต่อการดำเนินชีวิตและอาจจะเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายได้ในอนาคต  นอกจากนี้อาจจะมีโรคภัยไข้เจ็บชนิดอื่นๆตามมาได้ เช่น โรคปวดหัวชนิดเรื้อรัง  หรือแม้แต่โรคเกี่ยวกับลำไส้ เป็นต้น 

 

สนับสนุนโดย    หวยออนไลน์

กินกาแฟเยอะ เสี่ยงแค่ไหน

แน่นอนว่าในปัจจุบันนี้ กาแฟเป็นเครื่องที่เราทุกคนนั้นขาดไม่ได้เลยเพราะ ในแต่ละวันชีวิตของคนเรานั้นจะต้องหักโหมอยู่กับการทำงาน และอาจเกิดความง่วงในระหว่างวันขึ้นได้ ดังนั้น ร่างกายของเราจึงมีความต้องการคาเฟอีนสูงมาก ๆ

เพื่อมาบรรเทาความง่วงในแต่ละวัน ซึ่งกาแฟนั้นนับเป็นเครื่องดื่มทั่วไป ที่มีสารคาเฟอีน ซึ่งสามารถช่วยเข้าไปกระตุ้นระบบประสาทให้มีการตื่นตัวมากขึ้น โดยทั่วไปบางคนอาจจะมองว่ามันเป็นผลดีต่อร่างกายที่ช่วยบรรเทาความง่วง แต่แท้ที่จริงแล้ว การที่ร่างกายของเรานั้นได้รับคาเฟอีนมากจนเกินไป

อาจจะส่งผลเสียกับร่างกายของเราได้ บางคนอาจจะยังไม่รู้ว่าเจ้ากาแฟนี้ หากมีการรับประทานไปในปริมาณที่มากเกินไปอาจเกิดอันตรายขึ้นได้ ซึ่งวันนี้เราจะมาบอกเรื่องราวสาระดีดีเกี่ยวกับการดื่มกาแฟ ว่าจะเกิดอันตรายได้มากน้อยแค่ไหนต่อร่างกายเรา จะมีอะไรกันบ้างนั้นไปดูกันเลย 

  • หัวใจเต้นเร็วเกินไป ร่างกายของเราหากมีปริมาณของคาเฟอีนนั้นมากเกินไป จะส่งผลทำให้ระบบหัวใจของเรานั้นมีจังหวะการเต้นที่ผิดปกติ หรือมีจังหวะการเต้นที่เร็วเกินไป ทำให้รู้สึกมีอาการสั่น ซึ่งสาเหตุนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายของคุณนั้นมีปริมาณของคาเฟอีนที่เยอะเกินไป 
  • รู้สึกปวดหัว ในแต่ละวันนั้นโดยทั่วไปหากมีการดื่มกาแฟเกินกว่า 1 แก้ว ก็จะรู้สึกได้เลยว่าร่างกายของเรานั้นเกิดความผิดปกติ อาการปวดหัวที่เกิดขึ้นนั้น หากเราดื่มคาเฟอีนในปริมาณที่พอเหมาะก็อาจจะช่วยบรรเทาอาการได้ แต่หากดื่มในปริมาณที่มากเกินไป ก็จะส่งผลทำให้รู้สึกปวดหัวได้ง่ายมากขึ้น และหากใครที่มีพฤติกรรมการดื่มกาแฟเป็นประจำในปริมาณที่มาก อาจส่งผลเสียก่อให้เกิดไมเกรนขึ้นได้
  • นอนไม่หลับ ในกาแฟนั้นจะมีส่วนผสมของคาเฟอีนเป็นจำนวนมาก ซึ่งฤทธิ์ของคาเฟอีนนั้นหากได้รับเข้าไปในปริมาณมากจะเข้าไปช่วยกระตุ้นระบบประสาทและอาจเกิดการนอนไม่หลับขึ้นได้ ถึงแม้ว่าร่างกายของคุณนั้นจะรู้สึกอ่อนเพลีย หรือเหนื่อยมากแค่ไหนก็ตาม
  • เสียชีวิตกะทันหัน ร่างกายของคนเรานั้น หากได้รับคาเฟอีนในปริมาณมากเกินไปจะส่งผลทำให้เกลือแร่ภายในร่างกายนั้น เกิดการเสียสมดุลขึ้นทันที ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดอาการชัก หัวใจบีบรัดขึ้นได้ และอาจทำให้หัวใจนั้นล้มเหลวจนถึงขั้นเสียชีวิตลงได้ ดังนั้น หากเป็นไปได้ ก็ควรที่จะดื่มในปริมาณที่พอเหมาะในแต่ละวัน เพื่อเป็นผลดีต่อสุขภาพร่างกายของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม สารคาเฟอีนนั้น บางคนอาจจะมองว่ามันไม่มีอันตราย แต่ในความเป็นจริงนั้น สารคาเฟอีนมีทั้งประโยชน์ และโทษในเวลาเดียวกัน หาร่างกายของเราได้รับเข้าไปในปริมาณที่พอเหมาะก็จะส่งผลดี แต่หากได้รับมากเกินไป ก็อาจจะส่งผลเสีย จนอาจทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ขึ้นได้ และอาจเสียชีวิตลงในที่สุด

 

สนับสนุนโดย    หวยออนไลน์

อยากสุขภาพดีใน 7 วันคุณต้องทำและห้ามทำสิ่งต่อไปนี้ 

          เรากำลังจะพูดถึงเรื่องของการดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเราเองนั้นให้เป็นคนที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงเป็นคนที่หุ่นดีไม่อ้วนแน่นอนว่าบางสิ่งบางอย่างที่แนะนำไปนั้นมันอาจจะค้านต่อจิตใจของคุณบางครั้งก็ทำได้ยากยิ่งเหลือเกินแต่อย่างไรก็ตามถ้าหากคุณทำสิ่งต่อไปนี้และหลีกเลี่ยงที่จะทำสิ่งต่อไปนี้ก็จะสามารถทำให้คุณนั้นมีสุขภาพร่างกายที่ดีดังนั้นวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของการคุมอาหารและอะไรที่เราสามารถที่จะกินได้ในปริมาณมากๆนั้นเอง

เราจะมาพูดกันถึงเรื่องของสิ่งที่เราไม่ควรจะทำกันก่อนโดยสิ่งแรกที่แนะนำว่าไม่ควรจะทำนั่นก็คือการที่เรากินเหล้าจะมีผลเสียต่อร่างกายของเราเป็นอย่างมากซึ่งแน่นอนว่าทุกคนรู้กันดีอยู่แล้วหรือแม้แต่เรื่องของการกินอาหารที่เป็นอาหารทอดและพวกของมันขนมกระจุกกระจิกทั้งหลายสิ่งต่างๆเหล่านี้เราควรต้องงดกินที่สำคัญแม่ต่างๆที่เพื่อนๆมักจะชวนเราไปกินในทุกวันหยุดนั้นควรหลีกเลี่ยงขนมหวานขนมเค้กที่เราชอบกินตั้งแต่เด็กมาจนโต

ก็ควรจะงดไม่ว่าจะเป็นน้ำอัดลมหรือน้ำหวานชานมไข่มุกต่างๆนั้นขนมเรานี้น้ำหวานเรานี้ควรงดจะเป็นการดีที่สุดและที่สำคัญพวกหมูติดมันหรือเนื้อติดมันต่างๆนั้นต้องงดเพื่อที่เราจะได้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงคุณรู้หรือไม่ว่ายิ่งเราอายุมากขึ้นเท่าไหร่เราก็จะกลายเป็นคนที่อ้วนง่ายมากเท่านั้นดังนั้นหากเราไม่ควบคุมร่างกายใช้ตั้งแต่ตอนนี้มันจะสามารถทำให้เราอ้วน

และภายหลังหากเราอยากจะมาควบคุมร่างกายของเราให้มีน้ำหนักลดน้อยลงมันก็จะเป็นไปได้ยากแล้วดังนั้นเริ่มใช้ตั้งแต่ตอนนี้คุณก็จะกลายเป็นคนที่มีสุขภาพแข็งแรงสิ่งที่เราควรจะต้องทำภายใน 7 วันในแต่ละวันของเรานั้นเราสามารถทำได้ด้วยการดื่มน้ำเปล่ามากๆกินน้ำเยอะๆรวมถึงเราสามารถที่จะทานเนื้อไก่หรือเนื้อปลาได้ในปริมาณมากแต่เนื้อไก่หรือเนื้อปลาที่เรากินเข้าไปนั้นก็ควรจะมาจากการนึ่งหรือการต้มไม่แนะนำในเรื่องของการนำไปทอดแล้วนำมากินอย่างไรก็ตามเราสามารถเลือกกินอาหารอื่นๆ

ได้ที่เมื่อมีการดูแคลอรี่แล้วเป็นอาหารที่มีแคลอรี่ไม่สูงมากรวมถึงเราควรจะกินผักสดและผลไม้สดเยอะๆก็จะช่วยให้ร่างกายของเราแข็งแรงอย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเราต้องไม่อดอาหารการกินอาหารครบ 3 มื้อจะช่วยให้สุขภาพร่างกายของเราแข็งแรงสมบูรณ์แต่อาหารทั้ง 3 มื้อของเรานั้นจะต้องไม่เป็นอาหารที่ไร้ประโยชน์อย่างที่เคยกล่าวไปข้างต้นมาแล้ว

ซึ่งเราสามารถทำได้แบบนี้ในทุกๆวันเชื่อได้เลยว่าเราจะกลายเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์เป็นคนที่สุขภาพดีและอายุของเราก็จะยืนยาวกว่าคนทั่วไป

 

สนับสนุนโดย  อัตราการจ่ายหวยลาว4ตัว

บุหรี่ก่อให้เกิดโรคอะไรบ้าง

ในปัจจุบันมนุษย์ให้ความสนใจเกี่ยวกับการสูบบุหรี่เยอะมาก ซึ่งคุณรู้หรือไม่ว่าบุหรี่ที่คุณดูดเข้าไปนั้นมีสารเคมีและสารพิษมากมายปะปนอยู่เต็มไปหมด อักทั้งยังรวมไปถึงสารที่อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งอีกมากมายหลายชนิด เพราะหากยิ่งดูดมันเข้าไปเยอะ หรือในปริมาณที่มากจนเกินไปเป็นเวลาที่นานติดต่อกัน มักจะก่อให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดเชื้อโรคมากมายขึ้นกับร่างกาย

ไม่ว่าจะเป็นทั้งมะเร็ง ปอดบวม โรคหัวใจหลอดเลือด ถุงลมพอง หรือรวมไปถึงโรคเบาหวาน เป็นต้น ซึ่งในแต่ละโรคก็ย่อมที่จะมีความแตกต่างกันออกไป วันนี้เราจะมาบอกความรู้เกี่ยวกับโรคที่เกิดจากการดูดบุหรี่มาฝากซึ่งจะมีโรคอะไรกันบ้าง และมีอาการเป็นอย่างไรบ้างไปดูกันเลย

  • โรคมะเร็ง การดูดบุหรี่อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งขึ้นได้หลากหลายชนิด ซึ่งที่พบได้บ่อยที่สุดเลยคือมะเร็งปอด มักพบในผู้ชายเป็นอันดับสอง และผู้หญิงในอันดับสี่ โดยทั่วไปแล้วมะเร็งปอดถือเป็นโรคที่อาจก่อให้เกิดการเสียชีวิตมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะเนื่องจากมะเร็งจะแพร่กระจายไปทั่วตามอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกาย จนทำให้ผู้ที่ดูดบุหรี่บ่อย ๆ เกิดการเสียชีวิตลงในที่สุดเพราะพิษที่ร้ายแรงของบุหรี่
  • โรคปอดบวม ปอดบวมเป็นภาวการณ์ติดเชื้อภายในปอด ซึ่งมีสองสาเหตุหลัก ๆ เลยคือ ปอดอักเสบ หรือ การติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็น เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย และเชื้อรา เป็นต้น การที่ปอดของเราเกิดการอักเสบไม่ได้มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อแต่อย่างใด แต่มักเกิดจากระบบหายใจที่ได้นำเอาสารที่อาจก่อให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจจนทำให้รู้สึกระคายเคือง
  • โรคหัวใจหลอดเลือด การที่เราดูดบุหรี่เป็นประจำสารพิษที่อยู่ในบุหรี่จะทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเกิดการเต้นผิดจังหวะ และทำให้เส้นเลือดมีการตีบลง อีกทั้งยังสารพิษยังสามารถเพิ่มอัตราในการเต้นของหัวใจและทำให้หัวใจเกิดการหยุดเต้นได้ และแน่นอนว่าหากเราดูดบุหรี่เป็นประจำจะส่งผลให้ร่างกายของเรานั้นเสียหายมาแค่ไหน
  • โรคเบาหวาน ปัจจุบันพบว่าผู้ที่ดูดบุหรี่เป็นประจำ จะทำให้เกิดภาวะระดับน้ำตาลในเลือดมีการสูงขึ้น จนอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่อาจก่อให้เกิดโรคเบาหวานขึ้นได้ในที่สุด และในปัจจุบันก็ยังพบว่าผู้ที่ไม่ดูดบุหรี่ แต่ได้สูดควันบุหรี่เข้าไปสู่ร่างกายนั้น จะสามารถเพิ่มระดับภาวะน้ำตาลในเลือดสูงมากกว่าผู้ที่ดูดบุหรี่

อย่างไรก็ตาม นอกจากโรคเหล่านี้แล้ว การดูดบุหรี่นั้นก็ยังให้โทษมากมายที่คุณไม่อาจรู้ได้เลย ซึ่งโทษเหล่านี้ก็อาจทำให้ร่างกาย หรือระบบภายในร่างกายของคุณนั้นเสียหายอย่างนับไม่ถ้วน หรือาจทำให้คุณเสียชีวิตเลยก็ได้

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  ถ่ายทอดสดหวยฮานอยวันนี้

สุนัขเป็นไข้ทำอย่างไรดี

เมื่อสุนัขมีไขและตัวร้อนนั้นสิ่งที่เจ้าของมักจะถามกับแพทย์เสมอว่า หากสุนัขของเรมีอาการเช่นนี้สามารถที่จะให้ยาพารากินแบบคนได้ไหมสามารถให้ได้แต่ทางการแพทย์แล้วนั้นไม่แนะนำเนื่องจากภายในร่างกายของสุนัขนั้นไม่เหมือนกับคน ดังนั้นสุขัขจึงจำเป็นจะต้องได้รับยาและยาแก้อักเสบที่เป็นยาเฉพาะของสุนัขเท่านั้นและถ้าหากมีการให้ยาพาราในสุนัขที่กำลังร่างกายอ่อนแอจากอาการป่วยมากๆอยู่นั้นก็อาจจะทำให้ยาเกิดการเป็นพิษในร่างกายของสุขนักและอาจจะเกิดการเสียชีวิตได้

ถ้าหากสุขนักมีอาการตัวร้อน ก่อนอื่นจะต้องทำความเข้าใจก่อนว่าอุณภูมิร่างกายในสุนัขนั้นจะมีอุณหภูมิที่สูงกว่าอุณหภูมิปกติของร่างกายมนุษย์หากมีการจับที่ตะวสุนัขแล้วรู้สึกว่าสุนัขนั้นตัวร้อนก็อาจจะไม่ได้หมายความว่าสุนัขของเรานั้นจะมีไข้เสมอไปซึ่งอุณหภูมิขิงร่างกายสุขนัขนั้นเฉลี่ยจะอยู่ที่ 37-39 องศา ซึ่งเป้นตัวเลขที่สูงกว่ามนุษย์อย่างเห็นได้ชัด

การวัดไขสุนัขสามารถทำได้โดยการใช้ปรอทวัดไข้หรือเทอร์โมมิเตอร์ที่สามารถหาซื้อได้จากร้านขายยาทั่วไปนั่นเองและสามารถที่จะวัดไข้โดยการสอดเข้าไปในรูทวานของสุนัขก็จะสามารถรู้ได้ว่าสุนัขนั้นมีอุณหภูมิร่างกายที่สูงจนเป็นไข้หรือไม่

อาการที่จะพบเมื่อสุนัขมีอุณหภูมิร่างกายสูงหรือกำลังป่วยเป็นไข้ ก็คือ อาการหายใจเร็วกว่าปกติ หอบ ลิ้นเปลี่ยนสีเป็นสีแดงสด มีอาการอ่อนแรงจนถึงขั้นหมดสติลงได้เลย และสาเหตุที่ทำให้สุนัขนั้นมีอาการป่วยหรือมีอุณหภูมิร่างกานที่สูงขึ้น เกิดจากปัจัยภายนอกเข้ามากระตุ้นไม่ว่าจะเป็นภาวะตื่นเต้นและมักจะเป็นหลังจากที่สุนัขออกกำลังกายแต่ไม่ได้เป็นภาวะที่ถือว่าอันตราย

เกิดจากภาวะติดเชื้อไม่ว่าจะเป็นโรคพยาธิเม็ดเลือด ลมแดดก็เป็นโรคที่เกิดขึ้นกับสุนัขและมักพบได้ในประเทศไทยเกิดจาการที่มีการปล่อยสุนัขอยู่ในที่อากาศร้อนหรือในสถานที่ที่ไม่มีอากาศถ่ายเทเป็นเวลานานก็สามารถทำให้เกิดอาการป่วยได้ 

การดูแลและรักษาในเบื้องต้นนั้นเราจะสามารถทำได้โดยการถ่ายเทความร้านในร่างกายของสุนัขออกมาโดยการนำสุนัขเข้าสู่ที่ร่มและสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเท จากนั้นนำผ้าชุบบ้ำอุณหภูมิปกติ เช็ดบริเวณใต้ท้องของสุนัขและขาหนีบ โดยการเน้นในบริเวณที่มีข้นน้อยและบริดเวณอุ้งเท้าของสุนัขด้วยและในส่วนบริเวณที่มีขนเยอะนั้นเราจะใช้วิธีการเช็ดด้วยการเอาผ้าชุบ้ำเช่นเดิมเช็ดบริเวณดังกล่าวด้วย

การเช็ดแบบย้อนขนขึ้นไปและทำร่วมกับการเป่าพัดลมและทำซ้ำไปมาในลักษณะนี้จนกว้าอุณหภูมิร่างกายของสุนัขจะลดลงนั่นเอง แต่ถ้าหากมีการเช็ดแล้วไม่ดีขึ้นการนำสุนัขไปพบสัตวแพทย์ถือว่าเป้นสิ่งที่ดีที่สุดเพราะในบางครั้งสุนัขอาจจะไม่ได้มีการแสดงอาการออกมาแต่ความเป็นจริงแล้วสุนัขอาจจะกำลังป่วยอย่างหนักก็ได้ การพบสัตวแพทย์จึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเพราะสุนัขของเราจะได้ปลอดภัยและสามารถทราบได้ด้วยว่าความจริงแล้วนั้นสุนัขของเราป่วยด้วยเหตุใด

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  วิธีเล่นหวยหุ้น มือใหม่

5 เหตุผลที่บอกได้ว่าดื่มน้ำอุ่นแล้วมีประโยชน์

     สำหรับมนุษย์ทุกคนการดื่มน้ำเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นกับชีวิตเป็นอย่างมาก เพราะหากร่างกายขาดน้ำแล้ว ไม่นานเราก็จะตาย แต่การดื่มน้ำก็มีน้ำหลายรูปแบบมาให้เราได้เลือกดื่ม ไม่ว่าจะเป็นน้ำอุ่น หรือน้ำเย็น ซึ่งแน่นอนหากถามทุกคนแล้วว่าจะเลือกดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำเย็น คนส่วนมากต้องตอนน้ำเย็นกันอยู่แล้ว แต่ที่จริงแล้วคุณรู้ไหมว่าประโยชน์ที่แท้จริงทั้งในเรื่องการดูแลผิวพรรณ การบำรุงร่างกายต่างต่างคุณจะได้มากที่สุดหากคุณมีการดื่มน้ำอุ่น ดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำประโยชน์ดีดีที่ควรกินน้ำอุ่นมาฝากกันค่ะ

  1. การกินน้ำอุ่นจะช่วยให้คุณลดอาการเจ็บคอ  เพราะส่วนใหญ่เวลาที่เราไม่สบายและต้องไปหาหมอ คุณหมอทุกท่านมักจะแนะนำให้เรางดทานน้ำเย็นแล้วหันมาดื่มน้ำอุ่นแทน นั่นก็เพราะว่าน้ำอุ่นจะช่วยรักษาอาการระคายคอแถมด้วยลดอาการติดเชื้อได้ด้วย ทีสำคัญหากใครมีเสมหะในลำคอเยอะเยอะการดื่มน้ำอุ่นเข้าไปจะช่วยไปละลายเสมหะในลำคอได้
  2. ช่วยลดอาการปวดท้องประจำเดือนได้ สิ่งนี้ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะรู้ดี เพราะเวลาที่ปวดท้องประจำเดือนทีไร สิ่งแรกที่ต้องเตรียมคือกระเป๋าน้ำร้อนแล้วก็การดื่มน้ำอุ่นตามเยอะเยอะนี่ละที่ช่วยให้หายจากอาการปวดประจำเดือนได้ชะงักนักแล นั่นก็เพราะว่าน้ำอุ่นจะเข้าไปช่วยคลายกล้ามเนื้อที่มันหดตัวเพื่อทำให้มันคลายตัวออกมา
  3. ในเมื่อน้ำอุ่นกินแล้วจะช่วยเรือ่งการขับเสมหะ ดังนั้นมันจึงเชื่อมต่อกันในเรื่องของการรักษาอาการคัดจมูกได้ด้วย อีกทั้งมันยังเข้าไปล้างสารพิษในร่างกายให้ด้วย
  4. คุณเคยเป็นไหมว่ารู้สึกหนาวสั่นจากข้างใน ห่มผ้าห่มกี่ชั้นก็ไม่อุ่น แต่สิ่งที่จะช่วยคุณได้คือการที่คุณเพียงแค่ทานน้ำอุ่นเข้าไป 1-2 แก้วเท่านั้น มันก็จะเข้าไปทำให้ร่างกายของคุณอุ่นขึ้นได้แล้ว
  5.  น้ำอุ่นจะช่วยขจัดไขมันส่วนเกินในร่างกายของคุณได้ ด้วยการดื่มน้ำอุ่นผสมกับน้ำมะนาว การดื่มน้ำอุ่นเข้าไปมันจะเข้าขับไขมันในร่างกายของคุณออกมาได้ ดังนั้น หากอยากต้องการควบคุมน้ำหนักหรือลดน้ำหนักควรดื่มน้ำอุ่นแทนน้ำเย็นจะดีที่สุด

จะเห็นได้ว่าการดื่มน้ำอุ่นนั้นมีประโยชน์กับร่างกายของคนเราเป็นอย่างมาก ซึ่งคนแก่หลายคนที่มีอายุยืนเป็นร้อยปี ส่วนมากเมื่อสอบถามก็จะตอบว่าดื่มแต่น้ำอุ่นจะไม่ดื่มน้ำเย็นกันทั้งนั้น ดังนั้น หากอยากอายุยืนมีสุขภาพทีแข็งแรงหันมันดื่มน้ำอุ่นกันเถอะดีที่สุด

 

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

ตุ่มน้ำใสๆที่เรานั้นเรียกกันว่าอีสุขอีใส

โรคอีสุขอีใสนั้นเป็นโรคที่ติดต่อได้ง่ายและชอบแผ่กระจายส่วนมากนั้นมาจาก โรงเรียน  สถานรับเลี้ยงเด็ก หรือว่าตามชุมชนทั่วไป  ซึ่งโรคนี้เกิดขึ้นได้ทุกปีและคนจำนวนไม่น้อยที่เป็นโรคนี้บางคนนั้นเป็นรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิติได้ 

และโรคนี้นั้นเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัย ไม่เว้นแม้แต่ผู้สูงอายุ 

ซึ่งโรคอีสุขอีใสนั้นสามารถเจอได้ตลอดทั้งปีและจะเจอเยอะในช่วงหน้าฝน เนื่อจากพออากาศนั้นเย็นไวรัสนั้นจะโตเต็มที่และมักจะพบโรคนี้มากขึ้น โดยลักษณะของอีสุขอีใสนั้นจะเป็นตุ่มน้ำใสขึ้นตามตัว ซึ่งตุ่มนั้นไม่ได้บอกถึงความรุนแรงของโรคซึ่งบางคนนั้นขึ้นไม่เยอะมากขึ้นประมาณซัก 30-50ตุ่ม หรือบางคนนั้นขึ้นเยอะมากอาจจะเป็น100 ตุ่ม แต่ก็ไม่หมายความว่าตุ่มนั้นจะรุนแรงแต่ในที่สุดนั้นจะหายเองได้โดยที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน  ซึ่งอีสุขอีใสนั้นจัดอยู่ในกลุ่มของไวรัส ซึ่งตุ่มของอีสุขอีสใสนั้นจะขึ้นเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือว่าผู้ใหญ่  เริ่มจากมีตุ่มแดกๆนั้นขึ้นตามตัว หรืออีกประมาณวันหรือสองนั้นจะเป็นตุ่มขุ่นขึ้น และหลังจากนั้นจะกลายเป็นสะเก็ดในที่สุดโดยที่เรานั้นสังเกตนั้นคือตุ่มนั้นจะขึ้นทั่วตามร่างกายซึ่งเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน ซึ่งบางคนนั้นเป็นตุ่มนั้นขึ้นเยอะจะหนามากโดยเฉพาะช่วงลำตัว แต่ส่วนใหญ่ตุ่มที่ขึ้นนั้นจะไม่ค่อยเจ็บ ยกเว้นว่าจะเป็นในช่องปาก โดยตุ่มเหล่านี้จะทำให้เรานั้นคันและส่งให้คนที่เป็นนั้นต้องเกา แกะ ซึ่งทำให้เกิดแบคทีเรียแทรกซ้อนส่งผลทำให้ตุ่มนั้นใหญ่ขึ้นและเป็นหนอง

อาการเริ่มต้นของอีสุขอีใสนั้นเกิดขึ้นมาจากการเป็นไข้ ต่ำๆในเด็ก แต่สำหรับผู้ใหญ่นั้นจะเป็นไข้สูงอยู่ประมาณ 1-2 วัน และหลังจากที่เรานั้นมีไข้ก็จะมีตุ่มที่เรานั้นได้บอกเบื้องต้นไปขึ้น ส่วนมากนั้นจะขึ้นตามลำตัวก่อนหรือหน้าแล้วค่อยๆลามไปที่แขน ขา   ซึ่งโรคอีสุขอีใสนั้นเป็นโรคที่ติดต่อ  ทางการที่เรานั้นสัมผัสกับคนที่เป็น  การหายใจสูดอากาศร่วมกับคนที่เป็นอีสุขอีใส หรือการที่ผู้ป่วยนั้นมีอาการน้ำมูกไหลแล้วเรานั้นไปสัมผัสกับผู้ที่ป่วยซึ่งก็ทำให้เรานั้นติดต่อจากเขาได้เหมือนกันซึ่งเรานั้นรับเชื้อเข้าไปสักอาทิตย์หรือว่าสองอาทิตย์เราก็จะป่วยตามเขา 

ส่วนอีสุขอีใสนั้นจะเป็นแค่ครั้งเดียวแล้วจะนำให้เรานั้นเป็นโรคงูสวัดเนื่องจากที่เราหายดีแล้วแต่ว่าเชื้อยังไม่หมด จากร่างกายแต่เมื่อไหร่ที่เรานั้นมีร่างกายที่อ่อนแอ ซึ่งทำให้เรานั้นมีภูมิคุ้มกันนั้นน้อยลงซึ่งเชื้อที่เรานั้นยังอยู่ก็เลยกระตุ้นให้เรานั้นกลับมาเป็นงูสวัด โดยที่เวลาที่เราเป็นนนั้นจะเป็นตุ่มแบบขึ้นเป็นผื่นปื้นๆซึ่งเวลาที่ขึ้นนั้นจะปวดแสบปวดร้อนมาก 

ซึ่งเดียวนี้นั้นมีวัคซีนที่ป้องกันแต่เหมาะสำหรับกับคนที่ไม่เคยเป็นโดยที่เป็นเด็กที่อายุไม่ 12 ปี แนะนำให้ฉีด 2 เข็มอย่างน้อยห่างกันสามเดือน  ถ้าอายุนั้นเกิน 13 ปี แนะนำให้ฉีดสองเข็มเหมือนกันแต่ห่างจากเข็มแรกประมาณ หนึ่งเดือน

 

ผักพื้นบ้านต้านมะเร็ง

ใครจะไปรู้ว่าผักพื้นบ้านธรรมดาทั่วไปที่เรากินกันอยู่ในทุกๆวันและเราสามารถปลูกกันได้ทุกหลังคาเรือนนั้นแท้จริงแล้วสามารถต้านโรคมะเร็งได้ โดยผักเหล้านี้นั้นมีสรรพคุณที่สามารถช่วยต้านมะเร็งได้ในระดับไหนนั้นก็จะอยู่ที่การบริโภคของแต่ละบุคคลนั่นเอง 

ยาที่ดีที่สุดสำหรับคนเรานั้นก็เป็นสิ่งที่เรารับประทานเข้าไปในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นผัก เนื้อสัตว์ชนิดต่างๆ หากเรานั้นมีการเลือกรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์นั้น สิ่งเหล่านั้นก็จะเป็นประโยชน์ต่อร่างกายของเรานั่นเอง โดยสรรพคุณสมุนไพรพื้นบ้านของไทยนั้นที่มีสรรพคุณในการต้านโรคมะเร็ง ก็จะประกอบไปด้วย ผักสะเดา ผักชนิดนี้นั้นจะมีรสชาติขมแต่มีประโยชน์มากมายเลยไม่ว่าจะเป็นการบำรุงร่างกายภาย

ในการขับเสมหะ ลดไข้ แก้ท้องผูกขับลมและยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดเนื้องอกและมะเร็งได้อีกด้วย สำหรับคนที่ชอบรับประทานของขมก็ไม่มีปัญหาในการทานผักชนิดนี้แน่นอนแต่สำหรับคนที่ไม่ชอบรับประทานของขมก็อาจจะมีการกินผสมกับน้ำพริกที่หวานๆเช่นน้ำพริกถั่วเป็นต้น หรืออาจจะเลี่ยงไปทานผักสมุนไพรชนิดอื่นๆก็ได้ 

ผักชีลาว เป็นผักสีเขียวที่สามารถช่วยแก้ในเรื่องอาการท้องผูก ขับลมแก้อาการวิงเวียนศีรษะ สามารถช่วยเริมเพิ่มภูมิต้านทานได้และมีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระและช่วยยับยั้งและชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเร็งต่างๆได้อีกด้วยผักชนิดนี้ไม่มีรสชาติขมสามารถรับประทานได้ง่ายแต่อาจจะมีกลิ่นฉุนก็อาจจะไม่เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบกลิ่นฉุนนั่นเอง ผักแขยงเป็นผักที่พบได้มากในภาคอีสานแต่ในปัจจุบันอาจจะมีการนำมาปลูกในภาคต่างๆด้วย

โดยในผักชนิดนี้นั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมากและมีฤทธ์ในการต่อต้านเซลล์มะเร็งได้เช่นเดียวกัน ผักติ้ว เป็นผักที่ขึ้นในแถบภาคอีวานเป็นส่วนใหญ่เช่นกัน คนอีสานมักนิยมนำมารับประทานเป็นผักแกล้มน้ำพริกและสามารถหาทานได้ง่าย มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมีฤทธิ์สามารถช่วยต้านมะเร็งตับได้ดี ขี้เหล็กเป็นผักที่มีรสชาติและรสชาติความขมของผักชนิดนี้นี่เองทำให้ขี้เหล็กนั้นมีฤทธ์มากที่สามารถช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็วได้อย่างดี ว่าได้ว่าหวานเป็นลมขมเป็นยาทีเดียวและในสมัยนี้ยังหาทานได้ไม่ยาก เพราะขี้เหล็กนั้นเมื่อนำมาประกอบอาหาร่นแกงกะทิแล้วนั้นถือว่าเป็นอาหารที่มีรสชาติกลมกล่อมเลยทีเดียว

โยผักทั้งหมดที่กล่าวไปนั้นล้วนเป็นผักพื้นบ้านที่สามารถหาได้ในประเทศไทยและมีการเจริญเติบโตของผักแทบจะทุกภาคของประเทศ และล้วนเป็นผักที่เป็นส่วนประกอบของอาหารไทยทั้งสิ้นประโยชน์ของผักเหล่านี้นั้นไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะด้านโภชนาเท่านั้นแต่ยังมีประโยชน์สามารถใช้เป็นยาได้อีกด้วย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  หวยออนไลน์บาทละ 950